ข่าวประชาสัมพันธ์

พช.แปดริ้ว ประกวดผ้า “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” และมอบเมล็ดพันธุ์ผักแก่สตรี ปลูกผักระยะที่ 2 สร้างวัฒนธรรมปลูกผักประจำครัวเรือน

พช.แปดริ้ว ประกวดผ้า “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” และมอบเมล็ดพันธุ์ผักแก่สตรี ปลูกผักระยะที่ 2 สร้างวัฒนธรรมปลูกผักประจำครัวเรือน

วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 นายสรายุทธ แก้วกุลปรีชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานโครงการประกวดผ้าไทย ของจังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้โครงการรณรงค์ สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน ประจำปี 2563 ณ โรงแรมซันไรส์ ลากูน โฮเทลแอนด์กอล์ฟ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนางสาวฉัตรประอร นิยม พัฒนาการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นผู้จัดทำโครงการ และนางพวงทอง วรรณีเวชศิลป์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ ดังนี้ 1.เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเรื่องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย 2. เพื่ออนุรักษ์ผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน 3. เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไทยแต่ละประเภทให้เป็นที่รู้จัก 4. เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ผู้สืบทอดภูมิปัญญาผ้าไทย
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการต่อยอดที่กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ สืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน ร่วมกับจังหวัดทุกจังหวัด สมาคมองค์กรสมาชิกและภาคีเครือข่ายสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ทั่วประเทศ ซึ่งการจัดทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าว เป็นการกระตุ้น ให้ภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไปได้เกิดความตระหนักรับรู้ และได้ร่วมมือกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ มีการจัดนิทรรศการที่แสดงถึงรากเหง้าของชนเผ่าชาติพันธุ์เจ้าของลายผ้า จัดแสดงแฟชั่น สวมใส่ผ้าไทย สวมใส่ผ้าทอพื้นเมืองทุกวัน มีการ รื้อฟื้นลายผ้า ซึ่งอาจจะสูญหายตามกาลเวลา ทำให้เกิดลายผ้าประจำจังหวัด จนเกิดกระแสนิยม ไทยใช้ของไทย กินของไทย และเที่ยวไทย ตามมา ทำให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นในครัวเรือน ชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัด ตามลำดับ
ดังนั้น จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงกำหนดการประกวดผ้าพื้นถิ่นขึ้น จำนวน 2 ประเภท ได้แก่ ผ้าไหม ที่ทอจากเส้นไหมธรรมชาติ และผ้าฝ้าย ที่ทอจากเส้นใยของฝ้าย ซึ่งต้องเป็นผ้าที่ทอในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP หรือบุคคลทั่วไปที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้ความสนใจส่งผลิตภัณฑ์เข้าร่วมประกวด ประเภทผ้าไหม จำนวน 8 ชิ้น และประเภทผ้าฝ้าย จำนวน 4 ชิ้น ผลการประกวดผ้าไทย ดังนี้
1. ประเภทผ้าฝ้าย รางวัลชนะเลิศ กลุ่มสตรีบ้านเนินน้อย ผ้าฝ้ายลายลูกแก้ว (ผ้าแพรเหยียบ) อำเภอท่าตะเกียบ ได้รับประกาศเกียรติบัตร พร้อมรางวัลเงินสด จำนวน 2,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ นางด่อน รัตนวงศ์ ผ้าฝ้ายลายช้าง อำเภอสนามชัยเขต ได้รับประกาศเกียรติบัตรพร้อมรางวัลเงินสด จำนวน 1,500 บาท และรางวัลชมเชย นางสาวนงนุช วงคง ผ้าฝ้ายลายผ้าขาวม้าอำเภอท่าตะเกียบ ได้รับประกาศเกียรติบัตร พร้อมรางวัลเงินสด จำนวน 1,000 บาท
2. ประเภทผ้าไหม รางวัลชนะเลิศ นางบัวลอย จ้ำนอก ผ้าไหมลายนกยูง อำเภอสนามชัยเขต ได้รับประกาศเกียรติบัตรพร้อมรางวัลเงินสด จำนวน จำนวน 2,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ นางสาว ใจงาม ผ้าไหมลายสานแห อำเภอสนามชัยเขต ได้รับประกาศเกียรติบัตรพร้อมรางวัลเงินสด จำนวน 1,500 บาท และรางวัลชมเชย นางบัวลอย จ้ำนอก ผ้าไหมลายช่อดอกหมาก ริมผ้าลายนาค อำเภอสนามชัยเขต ได้รับประกาศเกียรติบัตรพร้อมรางวัลเงินสด จำนวน 1,000 บาท
สำหรับพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก นายสรายุทธ แก้วกุลปรีชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นางสุรวดี เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดฉะเชิงเทรา และนางพวงทอง วรรณีเวชศิลป์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้มอบรางวัลชนะการประกวดทั้ง 6 รางวัล กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย 1. การประกวดผ้า 2. การจัดนิทรรศการผ้าพื้นถิ่นจังหวัดฉะเชิงเทรา 3. การแสดงของคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอบางคล้า และชมรมผู้สูงอายุ อบต.พนมสารคาม 4. การเดินแฟชั่นโชว์ชุดผ้าไทย 5. การจำหน่ายสินค้า OTOP ของจังหวัดฉะเชิงเทรา และการจำหน่ายพืชผักสวนครัวปลอดภัยของสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และครัวเรือนที่เข้าร่วมกิจกรรมปลูกพีชผักสวนครัว ตามแผนปฏิบัติการ 90 วัน ระยะที่ 1 6.การมอบเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัวจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ อาทิเช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง มะเขือ พริก ฯลฯ ให้แก่คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดฉะเชิงเทรา คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอ และผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมปลูกผักต่อ ระยะที่ 2 การสร้างวัฒนธรรมปลูกพืชผักประจำครัวเรือน โดยส่งเสริมการปลูกพืชผักที่ปลูกอยู่แล้วให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และปลูกพืชผักเพิ่มเติมจากเดิม 5 ชนิด เป็น อย่างน้อยคนละ 10 ชนิด ทำให้พี่น้องประชาชนมีพืชผักปลอดภัยไว้รับประทานเอง และแบ่งปัน รวมถึงขยายผลต่อ ยอดสร้างรายได้
ภาพ/ข่าว โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา

(Visited 1 times, 1 visits today)